Jigsaw AI Team
หน้าหลักฟีเจอร์ราคานักลงทุนบล็อกติดต่อเรา
เข้าสู่ระบบเริ่มต้นใช้งาน
Jigsaw AI Team

แพลตฟอร์ม AI สำหรับทีมที่ต้องการประสิทธิภาพ

300+
โมเดล AI
10K+
ผู้ใช้
70%
ประหยัด
1/1 ซอยรามคำแหง 12 แยก 2
หัวหมาก บางกะปิ
กรุงเทพฯ 10240 ประเทศไทย
+66 86 340 6895
[email protected]

ผลิตภัณฑ์

  • ฟีเจอร์
  • ราคา
  • โมเดล AI

แหล่งข้อมูล

  • บล็อก
  • คำถามที่พบบ่อย

บริษัท

  • เกี่ยวกับเรา
  • นักลงทุน
  • ติดต่อเรา
Jigsaw AI Team

แพลตฟอร์ม AI สำหรับทีมที่ต้องการประสิทธิภาพ

300+
โมเดล AI
10K+
ผู้ใช้
70%
ประหยัด

ผลิตภัณฑ์

  • ฟีเจอร์
  • ราคา
  • โมเดล AI

แหล่งข้อมูล

  • บล็อก
  • คำถามที่พบบ่อย

บริษัท

  • เกี่ยวกับเรา
  • นักลงทุน
  • ติดต่อเรา

ติดต่อ

กรุงเทพฯ 10240
ประเทศไทย
+66 86 340 6895[email protected]
© 2026 Jigsaw AI Team. All rights reserved.|ความเป็นส่วนตัว·ข้อกำหนด
  1. หน้าแรก
  2. บล็อก
  3. MiniMax M2.7: โมเดลที่พัฒนาตัวเองได้ พร้อม Agent Teams แบบ Native
MiniMax M2.7: โมเดลที่พัฒนาตัวเองได้ พร้อม Agent Teams แบบ Native
เทคโนโลยี AI

MiniMax M2.7: โมเดลที่พัฒนาตัวเองได้ พร้อม Agent Teams แบบ Native

MiniMax M2.7 มาพร้อม Agent Teams, Self-Evolution และ benchmark ระดับ frontier — รีวิวเชิงลึกสำหรับนักพัฒนา

15 นาที•23 มีนาคม 2569

ถ้า AI พัฒนาตัวเองได้ จะเกิดอะไรขึ้น?

คำถามนี้ฟังดูเหมือนหัวข้อในหนัง sci-fi แต่ MiniMax ตอบคำถามนี้ตรงๆ เมื่อ 18 มีนาคม 2026 ด้วยการปล่อย M2.7 — โมเดลที่พวกเขาบอกชัดเจนว่า "deeply participates in its own evolution" ผ่าน recursive harness iteration กว่า 100 รอบ จนผลลัพธ์ดีขึ้น 30% บน internal evaluations

ฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ต้องถอยมาหนึ่งก้าวก่อน "พัฒนาตัวเอง" ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าโมเดลเปิด terminal แล้วเขียน code ปรับ weights ตัวเอง มันหมายความว่า M2.7 ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของ evaluation pipeline — โมเดลช่วยปรับปรุง harness (ชุดคำสั่งที่กำกับการทำงานของตัวเอง) แล้ววน loop กลับมาวัดผลซ้ำจนได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เรียกว่า Research Agent Harness ซึ่งเป็น autonomous evaluation framework ที่ MiniMax พัฒนาขึ้นมาเอง

แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าเรื่อง self-evolution คือ Agent Teams — ความสามารถใหม่ที่ให้คุณสร้างทีม AI หลายตัวทำงานร่วมกันแบบ native ไม่ใช่แค่ prompt engineering trick แต่เป็น paradigm ที่ built-in มากับ architecture ของโมเดลตั้งแต่แรก รองรับ dynamic tool search, cross-agent collaboration, และ automatic task decomposition

บทความนี้จะแกะ M2.7 ออกเป็นชิ้นๆ — ตั้งแต่ architecture ของ Research Agent Harness, ตัวเลข benchmark ที่ MiniMax อ้าง, วิธีใช้ API, ไปจนถึงข้อควรระวังที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจเอาไปใช้จริง

56.2%

SWE-Pro (เทียบ GPT-5.3 Codex)

97%

Skill Adherence Rate

40+

Complex Skills รองรับ

กราฟเปรียบเทียบ benchmark ของ MiniMax M2.7 กับโมเดลอื่น

ที่มา: MiniMax Official Announcement — ภาพรวม benchmark ของ M2.7 เทียบกับ frontier models

Agent Teams คืออะไร — และทำไมมันถึงสำคัญกว่าตัวเลข benchmark?

หลายคนอ่านข่าว M2.7 แล้วโฟกัสที่ตัวเลข SWE-Pro 56.2% หรือ MLE Bench Lite 66.6% แต่ถ้าถามว่าอะไรคือ ของจริง ที่เปลี่ยน workflow ได้ — คำตอบคือ Agent Teams ไม่ใช่ตัวเลขบน leaderboard

แนวคิดหลักคือแทนที่จะมี AI ตัวเดียวทำทุกอย่าง คุณสร้าง "ทีม" ของ agents ที่แต่ละตัวมี specialization ต่างกัน ตัวหนึ่งเชี่ยวชาญ code review ตัวหนึ่งถนัด database optimization อีกตัวเก่งเรื่อง documentation — แล้วปล่อยให้มันแบ่งงานกันเอง ผ่าน automatic task decomposition ที่ built-in มากับโมเดล ไม่ต้องเขียน orchestration logic เอง

สิ่งที่ทำให้ Agent Teams ต่างจากการใช้ multi-agent framework ข้างนอก (เช่น LangGraph หรือ AutoGen) คือมันทำงานที่ระดับ inference layer ของโมเดลเลย — agents แชร์ context ได้โดยไม่ต้อง serialize/deserialize ข้อมูลข้ามระบบ รองรับ dynamic tool search ที่ agent สามารถค้นหาและเรียกใช้ tools ใหม่ได้เองระหว่างทำงาน และมี native conflict resolution เมื่อ agents สองตัวให้คำตอบที่ขัดแย้งกัน

python
# MiniMax M2.7 — OpenAI-compatible API
# ใช้ OpenAI SDK ได้เลย แค่เปลี่ยน base_url

from openai import OpenAI

client = OpenAI(
    api_key="your-minimax-api-key",
    base_url="https://api.minimax.chat/v1"
)

response = client.chat.completions.create(
    model="MiniMax-M1",       # M2.7 ใช้ model name "MiniMax-M1"
    messages=[
        {"role": "system", "content": "You are a senior SRE."},
        {"role": "user", "content": "Analyze this error log..."}
    ],
    max_tokens=4096,
    temperature=0.7
)

print(response.choices[0].message.content)

อะไรใหม่ใน M2.7 — แบบเจาะลึก

ถ้าเคยใช้ M2.5 อยู่แล้ว นี่คือ 5 สิ่งที่เปลี่ยนไปจริงๆ ไม่ใช่แค่ marketing copy:

  1. 1

    Agent Teams (Native Multi-Agent Collaboration)

    สร้างทีม AI หลายตัวทำงานร่วมกันได้แบบ native — ไม่ใช่แค่ส่ง prompt chain ไปมาระหว่าง instances แต่เป็น system-level coordination ที่ agents แชร์ working memory, แบ่ง tasks อัตโนมัติ, และ resolve conflicts ได้เองโดยไม่ต้องเขียน orchestration code เพิ่ม ถ้าเทียบกับ Claude MCP หรือ GPT function calling ตรงที่ MiniMax ทำ multi-agent เป็น first-class feature ไม่ใช่ extension

  2. 2

    40+ Complex Skills พร้อม 97% Adherence

    โมเดลจัดการ complex skills ได้มากกว่า 40 ตัวพร้อมกัน แต่ละ skill มีขนาด 2,000+ tokens — ด้วย skill adherence rate 97% หมายความว่าเวลาคุณให้ system prompt ที่ซับซ้อนมีหลาย constraints หลาย rules มันจะทำตามได้แม่นยำมาก ตรงนี้เป็นจุดที่หลายโมเดลยังทำไม่ได้ดี โดยเฉพาะเมื่อ skills มีเงื่อนไขที่ขัดแย้งกัน

  3. 3

    Self-Evolution ผ่าน Research Agent Harness

    M2.7 เป็นโมเดลแรกของ MiniMax ที่ใช้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของ development pipeline — ผ่าน autonomous harness refinement กว่า 100 รอบ ระบบจะให้โมเดลวิเคราะห์ว่า harness (ชุดคำสั่งกำกับ) ตรงไหนที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่ดี แล้วปรับปรุงเอง วนจนกว่าจะ converge ผลลัพธ์คือการปรับปรุง 30% บน internal evals ซึ่งเป็น approach ที่ต่างจากการ fine-tune แบบเดิมตรงที่ harness improvement ไม่ได้แก้ weights แต่แก้วิธีใช้งานโมเดล

  4. 4

    SRE-Level Incident Resolution

    MiniMax อ้างว่า M2.7 แก้ production incidents ได้ภายใน 3 นาที — รวม observability analysis (อ่าน logs, metrics, traces), database expertise (วิเคราะห์ query performance), และ root cause analysis ไว้ในการตอบเดียว สำหรับทีม DevOps/SRE ที่มี on-call rotation นี่คือ use case ที่ถ้าทำได้จริงจะ save ได้ทั้งเวลาและ MTTR

  5. 5

    Professional Document Editing

    สร้างและแก้ไข Word, Excel, PowerPoint ได้โดยตรงผ่าน API — ไม่ต้อง convert เป็น text แล้วแปลงกลับ เหมาะกับ enterprise workflow ที่ต้องทำงานกับเอกสารเยอะ เช่น สร้าง report จาก data ที่ดึงมา หรือ update slide deck จาก meeting notes โดย preserve formatting ของเอกสารต้นฉบับ

แผนภาพ Research Agent Harness Architecture ของ MiniMax M2.7

ที่มา: MiniMax Technical Blog — Research Agent Harness Architecture ที่ใช้ recursive evaluation loop

ตัวเลข Benchmark — ดีจริงหรือแค่เลือกมาโชว์?

MiniMax ปล่อยตัวเลข benchmark มาค่อนข้างครบ 9 benchmarks — ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่บริษัท AI จะเลือกแสดง benchmarks ที่ตัวเองทำได้ดี แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ MiniMax เลือกแข่งใน benchmarks ที่ หลากหลายจริงๆ ตั้งแต่ coding (SWE-Pro, SWE Multilingual), agent tasks (Toolathon, Terminal Bench), ไปจนถึง machine learning engineering (MLE Bench Lite) ไม่ได้เน้นแค่ MMLU หรือ HumanEval ที่ง่ายต่อการ game

ตัวเลขที่โดดเด่นที่สุดคือ SWE-Pro 56.22% ซึ่ง MiniMax อ้างว่าเทียบเท่า GPT-5.3 Codex — benchmark นี้วัดความสามารถในการแก้ real-world software engineering tasks ที่ pull มาจาก open-source repos จริง ไม่ใช่ synthetic problems ที่แต่งขึ้น ถ้าตัวเลขนี้ถูก verify ได้ มันหมายความว่า M2.7 เป็น open-weight model ตัวแรกที่แตะ frontier ของ code generation ได้

อีกตัวที่ควรจับตาคือ MLE Bench Lite 66.6% — ได้ 9 เหรียญทอง, 5 เงิน, 1 ทองแดง รองแค่ Opus 4.6 (75.7%) กับ GPT-5.4 (71.2%) เท่านั้น เท่ากับ Gemini 3.1 พอดี MLE Bench วัดความสามารถในการทำ machine learning tasks ครบ pipeline ตั้งแต่ data preprocessing, feature engineering, model training ไปจนถึง submission — เป็น benchmark ที่ยากกว่า coding ปกติเพราะต้องมี domain knowledge ด้าน ML ด้วย

BenchmarkM2.7เทียบกับ
SWE-Pro56.22%เทียบเท่า GPT-5.3 Codex — real-world software engineering
VIBE-Pro55.6%ใกล้เคียง Opus 4.6 — visual + interactive benchmarks
Terminal Bench 257.0%Complex system administration tasks
GDPval-AA ELO1,495สูงสุดใน open-source models — general capability
SWE Multilingual76.5%Real-world coding ข้ามหลายภาษา
Multi SWE Bench52.7%Repository-level tasks ที่ต้องเข้าใจ codebase ทั้งหมด
Toolathon46.3%Global top tier — tool use + multi-step reasoning
MM Claw62.7%เทียบเท่า Sonnet 4.6 — complex task completion
MLE Bench Lite66.6%อันดับ 3 รองจาก Opus 4.6 (75.7%) กับ GPT-5.4 (71.2%)
กราฟ MLE Bench Lite แสดงผลเหรียญของ M2.7 เทียบกับ Opus 4.6, GPT-5.4 และ Gemini 3.1

ที่มา: MiniMax Official Announcement — MLE Bench Lite medal breakdown เปรียบเทียบกับ frontier models

ใครควรลองใช้ — และใช้ยังไง?

สมมติคุณเป็นทีม backend ที่กำลังสร้าง Multi-Agent System — เช่น ระบบ customer support ที่ agent ตัวหนึ่งรับเรื่อง อีกตัวดึง order history อีกตัววิเคราะห์ sentiment แล้วตัวสุดท้ายเขียน response Agent Teams ของ M2.7 ให้คุณทำสิ่งนี้โดยไม่ต้องเขียน orchestration layer เอง เพราะ task decomposition เป็น native — แค่ describe roles แล้วปล่อยให้โมเดลจัดการ flow เอง ถ้าเทียบกับ LangGraph ที่คุณต้องเขียน state machine เอง นี่คือ abstraction ที่สูงกว่ามาก

ถ้าคุณอยู่ในทีม DevOps/SRE — claim ที่ว่าแก้ production incidents ได้ภายใน 3 นาทีน่าสนใจมาก ลองนึกภาพ: alert เข้ามาตอนตี 3 คุณส่ง log dump + metrics ให้ M2.7 แล้วมันวิเคราะห์ root cause, suggest fix, และ draft runbook ให้ภายในเวลาที่คุณยังไม่ทันชงกาแฟ ถ้าผ่านการ verify ในสภาพแวดล้อมจริงได้ มันจะลด MTTR ได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ต้องเน้นว่า "ถ้า" เพราะ production environment ไม่เหมือน benchmark ที่ clean

Enterprise teams ที่ทำงานกับเอกสารเยอะ — หลายองค์กรในไทยยังใช้ Word/Excel เป็นหลักในการ report ถ้า M2.7 edit เอกสารเหล่านี้ได้โดยตรงโดย preserve formatting มันจะลด friction ในการเอา AI มาใช้กับ workflow จริงได้มาก ลองนึกภาพ: ส่ง meeting notes เข้าไป แล้วได้ slide deck ออกมาพร้อม formatting ถูกต้อง ไม่ต้อง copy-paste จาก ChatGPT ไปใส่ PowerPoint เอง

คนที่ใช้ M2.5 อยู่แล้ว — ถ้า benchmark numbers เป็นจริง M2.7 เป็น upgrade ที่คุ้มค่าชัดเจน โดยเฉพาะด้าน coding และ agent capabilities เนื่องจาก API เป็น OpenAI-compatible format การย้ายจาก M2.5 มา M2.7 ทำได้แค่เปลี่ยน model name ใน request โดยไม่ต้องแก้ code ส่วนอื่น และถ้าคุณใช้ GPT อยู่ การ migrate มาทดสอบก็แค่เปลี่ยน base_url

Demo ของ Agent Teams — แสดงการทำงานร่วมกันของ agents หลายตัวแบบ real-time

ที่มา: MiniMax Agent Platform — Demo การทำงานของ Agent Teams แบบ multi-agent collaboration

ต้องบอกตรงๆ ว่า... มีหลายอย่างที่ต้องตั้งคำถาม

ต้องบอกตรงๆ ว่าตัวเลข benchmark ทั้งหมดที่กล่าวมา มาจาก MiniMax เอง ยังไม่มี third-party verification จาก independent labs อย่าง Holistic AI, LMSYS, หรือแม้แต่ community leaderboard อย่าง Chatbot Arena ที่ยืนยันตัวเลขเหล่านี้ ในโลกของ AI ที่ทุกบริษัทแข่งกันปล่อย benchmark สวยๆ สิ่งที่ขาดไปคือ reproducibility — ถ้าเราไม่สามารถ reproduce ตัวเลขเหล่านี้ได้เอง มันก็เป็นแค่ marketing claim

เรื่อง "self-evolution" ก็ต้องเข้าใจให้ตรง — ฟังดูเหมือนโมเดลพัฒนาตัวเองแบบ AGI ในหนัง แต่จริงๆ แล้วมันคือ automated prompt/harness optimization ที่ใช้โมเดลเป็นส่วนหนึ่งของ feedback loop การที่โมเดลช่วยปรับปรุง harness ของตัวเองเป็นเรื่องน่าสนใจทาง engineering แต่มันไม่ได้ "พัฒนาตัวเอง" ในความหมายที่คนทั่วไปเข้าใจ weights ของโมเดลไม่ได้เปลี่ยน — เปลี่ยนแค่วิธีใช้งาน

แล้วก็ต้องพูดถึง benchmark culture ที่เป็นปัญหาใหญ่ของวงการ AI ตอนนี้ — ทุกบริษัทเลือก benchmarks ที่ตัวเองชนะมาโชว์ MiniMax ไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ก็ไม่ได้บอกว่า M2.7 แพ้ที่ไหนบ้าง ไม่มี benchmarks ด้าน reasoning แบบ GPQA, math competition แบบ AIME, หรือ long-context tasks ที่อาจเป็นจุดอ่อน ถ้าโมเดลดีจริงทุกด้าน ทำไมไม่โชว์ทุก benchmark?

Agent Teams เป็นของใหม่มาก — เพิ่ง launch วันที่ 18 มีนาคม 2026 ยังไม่มี production case studies ที่ verify ได้ ไม่มี developer community ที่ใหญ่พอจะรู้ gotchas และ edge cases เวลาใช้งาน technology ใหม่ในสภาพแวดล้อมจริง ปัญหาที่เจอมักจะต่างจากที่เจอใน benchmark มาก

สุดท้าย — ราคายังไม่ชัดเจน MiniMax มี Coding Plans แยกแต่ pricing structure ของ M2.7 API ยังไม่ได้ระบุชัดเจนว่า cost per token เท่าไหร่ เทียบกับ GPT-5.3 หรือ Claude ยังไง ถ้าไม่รู้ราคา คุณก็คำนวณ ROI ไม่ได้ และสำหรับ production use case ที่ volume สูง ราคาต่อ token สำคัญกว่า benchmark score เสมอ

Agent Teams vs Claude MCP vs GPT Function Calling: ทั้ง 3 แนวทางแก้ปัญหาเดียวกัน — ให้ AI ใช้ tools ได้ แต่วิธีคิดต่างกัน

Claude MCP เน้นเปิด protocol มาตรฐานให้ tools ต่างๆ เชื่อมต่อได้ (เหมือน USB-C ของ AI) GPT Function Calling เน้นให้โมเดลเรียก functions ที่ developer กำหนดไว้ล่วงหน้า ส่วน Agent Teams เน้นที่ multi-agent coordination — ให้ agents หลายตัวแบ่งงานและทำงานร่วมกันเอง ในทางปฏิบัติ Agent Teams เหมาะกับ tasks ที่ต้องใช้ "ทีม" จริงๆ เช่น code review + testing + deployment pipeline ขณะที่ MCP และ Function Calling เหมาะกับ single-agent + tools มากกว่า

จุดแข็ง

  • Benchmark ระดับ frontier ทั้ง coding, agent tasks, และ ML engineering — ไม่ใช่แค่ MMLU สูง
  • Native Agent Teams ที่ built-in มากับ architecture — ไม่ต้องพึ่ง external framework
  • OpenAI-compatible API — migrate จาก GPT มาทดสอบได้ภายในนาที
  • 97% skill adherence สำหรับ complex multi-skill instructions — เหมาะกับ production prompts ที่ซับซ้อน
  • SRE-level debugging — ถ้า verify ได้จะเป็น game changer สำหรับ on-call workflows
  • Document editing (Word/Excel/PPT) แบบ native — ลด friction สำหรับ enterprise adoption

ข้อควรระวัง

  • ตัวเลข benchmark ทั้งหมดเป็น self-reported — ยังไม่มี third-party verification
  • ราคา API ยังไม่ชัดเจน — คำนวณ ROI ไม่ได้จนกว่าจะรู้ cost per token
  • Context window ไม่เปิดเผย — ไม่รู้ว่ารองรับเอกสารยาวได้แค่ไหน
  • Agent Teams ใหม่มาก — ยังไม่มี production battle scars หรือ community gotchas
  • ไม่มี image/audio generation — เน้น text, code, และ document เป็นหลัก
  • ไม่แสดง benchmarks ด้าน reasoning (GPQA) หรือ math (AIME) — อาจเป็นจุดอ่อน

Coding Plan: MiniMax มี Coding Plan แยกสำหรับ developer — Starter (¥29/เดือน), Plus (¥49/เดือน), Max (¥119/เดือน) แต่ราคา API token สำหรับ M2.7 โดยเฉพาะยังไม่เปิดเผย — ต้องติดตามที่ platform.minimax.io

ลองเปรียบเทียบ MiniMax M2.7 กับ GPT-5.4, Claude Opus 4.6, Gemini 3.1 ด้วยตัวเอง

เริ่มใช้งาน

แหล่งข้อมูล

  • MiniMax M2.7 Official Announcement — รายละเอียดฉบับเต็ม
  • MiniMax Agent Platform — ทดลองใช้ Agent Teams
  • MiniMax API Platform — Coding Plans และ API documentation
  • SWE-Bench — Software Engineering Benchmark ที่ใช้อ้างอิง
  • MLE Bench — Machine Learning Engineering Benchmark

หมวดหมู่

ผู้บริหารIT/Securityผู้จัดการทีมการตลาดขายและบริการStartup

บทความที่เกี่ยวข้อง

MiroFish: เมื่อ AI สร้าง 'โลกจำลอง' หลายพันชีวิตเพื่อทำนายอนาคต

MiroFish: เมื่อ AI สร้าง 'โลกจำลอง' หลายพันชีวิตเพื่อทำนายอนาคต

15 นาที
Claude Max vs MiniMax Coding Plan: เปรียบเทียบราคา 2026

Claude Max vs MiniMax Coding Plan: เปรียบเทียบราคา 2026

15 นาที
GPT-5.4: รวมร่าง Reasoning + Coding + Computer Use ในโมเดลเดียว

GPT-5.4: รวมร่าง Reasoning + Coding + Computer Use ในโมเดลเดียว

20 นาที
Mercury 2: LLM ทำความเร็วได้เร็วที่สุดในโลก ด้วยเทคโนโลยี Diffusion

Mercury 2: LLM ทำความเร็วได้เร็วที่สุดในโลก ด้วยเทคโนโลยี Diffusion

15 นาที

พร้อมเริ่มต้น?

เริ่มใช้งาน Jigsaw AI

เริ่มใช้งานเลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

MiroFish: เมื่อ AI สร้าง 'โลกจำลอง' หลายพันชีวิตเพื่อทำนายอนาคต
it

MiroFish: เมื่อ AI สร้าง 'โลกจำลอง' หลายพันชีวิตเพื่อทำนายอนาคต

MiroFish คือ Open-Source Swarm Intelligence Engine ที่ใช้ Multi-Agent Simulation สร้างโลกดิจิทัลคู่ขนานเพื่อทำนายอนาคต รีวิวเชิงลึกสำหรับนักพัฒนาไทย

15 นาที23 มี.ค. 2569
Claude Max vs MiniMax Coding Plan: เปรียบเทียบราคา 2026
it

Claude Max vs MiniMax Coding Plan: เปรียบเทียบราคา 2026

Claude Max $100-200/เดือน vs MiniMax Coding $10-50/เดือน — ประหยัด 2-5x เทียบ Coding Plan ตรงๆ

15 นาที6 มี.ค. 2569
GPT-5.4: รวมร่าง Reasoning + Coding + Computer Use ในโมเดลเดียว
it

GPT-5.4: รวมร่าง Reasoning + Coding + Computer Use ในโมเดลเดียว

OpenAI เปิดตัว GPT-5.4 เมื่อ 5 มีนาคม 2026 พร้อม 1M Context Window, Native Computer Use ที่แซง Human Performance และราคาที่ Developer ต้องคำนวณดีๆ

20 นาที4 มี.ค. 2569
Mercury 2: LLM ทำความเร็วได้เร็วที่สุดในโลก ด้วยเทคโนโลยี Diffusion
it

Mercury 2: LLM ทำความเร็วได้เร็วที่สุดในโลก ด้วยเทคโนโลยี Diffusion

Inception Labs เปิดตัว Mercury 2 ซึ่งเป็น LLM ที่เร็วที่สุดในโลก สร้างขึ้นเพื่อทำให้ AI ใน Production รู้สึกได้ทันที

15 นาที24 ก.พ. 2569